islampattana.pantown.com : อิสลามพัฒนา
[ลูกบ้านSignIn][เจ้าบ้านSignIn]
โรงเรียนอิสลามพัฒนา จังหวัดภูเก็ต
สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯเยี่ยม
แก่นแท้ของความสามัคคี
โรคภายในกับยาเสพติด
ลักษณะของผู้นำตามแบบรอซูล
มัสยิดในอดีตกับปัจจุบัน
การมุบัซเซ็ร
มั๊วะยีซาต
นี่คือแนวทางของเรา
หัวใจที่หลงลืมพระเจ้า
แด่เยาวชน
ความรักต่อพระเจ้าคือกุญแจไขปัญหาทั้งมวล
ยืนหยัดความรักซึ่งกันและกัน
หนังสือลำนำนาซีดอิสลาม
ยืนหยัดความรัก
ความยิ่งใหญ่ของการละหมาด
เพื่อเตือนความจำสำหรับลูกๆ ของฉัน
อ้อยที่ที่ไมหวาน
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์
ตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยน
MAWADDAH
ภาพโรงเรียน
ห้องสนทนา
khutbah idil fitri
อาวุธที่ทรงพลัง
การศึกษาที่ผิดพลาด
มาดูรูปนี้
มูลนิธิเพื่อภราดรภาพ
ซายะ
เอกซ์โปรที่สตูล
ห้องภาพ




[70618]


muslimthairadio

  

ความยิ่งใหญ่ของการละหมาด
………………………….

การละหมาดนั้นเป็นการปฏิบัติที่สู่ส่ง เป็นอีมานที่สูงสุดหาที่เปรียบมิได้ ละหมาดเป็นเสาของศาสนา หากเปรียบต้นไม้ การละหมาดก็เปรียบเสมืนลำต้นที่คอยชูกิ่ง, ก้าน ,ดอก ,ผล, ใบ ให้กับต้นไม้ต้นนั้น การทำละหมาดสามารถก่อเกิดสิ่งต่างๆ คลอบคลุมไปทุกๆ อย่าง
1. ละหมาดนั้นเป็นแม่ของอีบาดะห์ในอิสลาม เมื่อทำการละหมาดแล้วมันสามารถทำให้เกิดอิบาดะห์อื่นๆ ขึ้นอย่างสมบูรณ์ เช่นทำให้เรามีนิสัยที่อภัยอยู่เสมอเพราะสำนึกอยู่ตลอดเวลาว่าเรามีความผิดมากมายต่อพระองค์อัลเลาะฮ์ แต่พระองค์อัลเลาะฮ์ ก็ยังให้อภัยเรา ให้โอกาสเรามีชีวิตอยู่เพื่อทำการขออภัยโทษ และความผิดของผู้อื่นที่มีต่อเราเพียงน้อยนิด เราจะไม่ให้อภัยกระนั้นหรือ นี่คือความรักที่พระองค์อัลเลาะฮ์มีต่อเรา มันส่งผลให้เรามีความรู้สึกรักต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
2. เป็นเสาหลักของศาสนา เป็นสิ่งที่ทำให้ ศาสนาแข็งแกร่งอยู่ได้
3. เป็นคำสั่งใช้ของพระองค์อัลแลาะฮ์ โดยตรงที่ผ่านมาทางท่านรอซู้ล ในค่ำคืนอิสเราะอ์ เมี๊ยะรอจ โดยไม่ได้ผ่านทางมาลาอีกัตเหมือนกับอีบาดะห์อื่นๆ นั้นบ่งบอกถึงความสำคัญอันยิ่งใหญ่ของการละหมาด
4. ใครทิ้งละหมาดเท่ากับเขาตกเป็นกาเฟร (ถือว่าไม่จำเป็น)
5. การละหมาดนั้นทุกส่วนเกี่ยวข้องในการทำอีบาดะห์กราบไหว ต่อพระองค์อัลแลาะฮ์ไม่ว่าทางด้านร้างกาย (เฟี๊ยะลี) วาจา (เกาลี) และใจ (กอลบี)หรือสติปัญญาหรือว่าจิตวิญญาณ ทุกส่วนจะต้องเกี่ยวข้องกับการละหมาด
6. การทำการละหมาดนั้นจะต้องมีระเบียบกฎเกณฑ์ คือมีเงื่อนไขว่าจะต้องสะอาดทั้งภายนอกภายในสะอาดจากฮาดัสเล็กและอาดัสใหญ่ สะอาดจากสิ่งที่สกปก ที่มองเห็นและมองไม่เห็น จะเห็นได้ว่าไม่มีอีบาดะห์อันใดแล้วที่จะมีระเบียบมากมายเหมือนการละหมาด
7. จะต้องผินหน้าไปทางกิบลัต นั่นเป็นสิ่งบ่งบอกถึงการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับอุมมะห์(ประชาชาติ) อิสลาม กิบลัตนั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
- กิบลัตภายนอกคือ กะบะห์ ทุกคนจะต้องหันหน้าไปทางเดียวกันคือทางกะบะห์ นครมักกะห์
- กิบลัตภายใน คือ อัลแลาะห์สิ่งที่เรากราบไหวอยู่ขณะนี่ก็คืออัลแลาะห์ ฉนั้นที่เราใคร่ครวญหรืออยู่ในใจเราขณะนี่ไม่มีสิ่งอื่นใดนอกจากอัลแลาะห์เท่านั้น
8. มีความผูกพันกับเวลา ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เป็นเวลาที่แน่นอนตายตัว ทุกคนจะต้องตรงเวลา นี่คือการฝึกฝนชีวิตเราด้วยกับการละหมาด

9. ส่งเสริมให้ทำแบบญามาอะห์ เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ท่านรอซูลใช้ให้เผาบ้านผู้ที่ทำการละหมาดที่บ้านเพียงคนเดียวไม่ละหมาดญามาอะห์
10. เป็นแบบอย่างอีบาดะห์ของมาลาออีกัตมารวมอยู่ในละหมาด เช่นมีบางมาลาอีกัตสุญูดเพียงอย่างเดียวมีบางมาลาอีกัต รูกัวะเพียงอย่างเดียวเป็นต้น
11. มีรูปแบบในการซิเกรมากมายในการละหมาด ทั้งซูหยูด ,ตะห์มิด ,ตัสเบียห์,ซอลาวาต ,ตักบีร ดุอาทั่งภายนอกและภายใน
12. เป็นอีบาดะห์ ที่มีความผูกพันกับระบบและระเบียบ มีมารยาทในการทำความสะอาด ชี้ให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ , มีเกียติสูงส่งของการละหมาด
13. มีเนื้อหาหลักคำสอนในวิชาการอิสลามต่างๆ มากมายในการละหมาดเช่น อากีดะห์ อีบาดะห์ ตะเชาวุฟ (มารยาท) ตอฮาเราะห์ (เรื่องความสะอาด) สังคมคือการละหมาดญามาอะห์สร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีระเบียบการเป็นผู้นำผู้ตาม การศึกษา ซารีอัตอิสลาม วัฒนธรรม ซึ่งทั้งหมดแสดงออกถึงภาพรวมของศาสนาอิสลามทั้งสิ้น
14. เป็นการนมัสการ(กราบไหว้) ที่ครบวงจร
15. เป็นการซีเกรที่ยิ่งใหญ่เพราะทุกซีเกรอยู่ในละหมาด
16. เป็นการกระทำทั่งภายนอกและภายใน

17. รวมทุกรูปแบบของดุอา (ขอพร) ละหมาดคือการขอพร
18. อามั้ลที่เป็นการปฏิบัติของบรรดารอซู้ล
19. การละหมาดเป็น “เมี๊ยะรอจ” ของคนมุมิน นั่นหมายความว่าท่านรอซู้ลได้เมี๊ยะรอจไปพบกับอัลเลาะห์เองเพื่อรับคำสังละหมาด ให้กับคนมุมินการละหมาดเป็นเมี๊ยะรอจ เป็นการยกระดับของคนมุมิน เป็นการเข้าเฝ้าพระองค์อัแลาะห์ของคนมุมินทางโรฮานียะห์ ทำให้จิตวิญญาณเข้มแข็งขึ้น เป็นการเพิ่มพูนอีมาน ตักวา และแท้จริงการละหมาด เป็นการห่างไกลจากมัวะซียัต (อบายมุข) และสิ่งต้องห้าม
20. การละหมาดเป็นการฝึกฝน ทั้งทางร่างกายและจิตวิญาณ
21. ในการละหมาดนั้นมีสัญลักษณ์ของการถ่อมตนการภักดี การยืนตรงเปรียบเสมือนที่กำลังยืนอยู่กลางทุ่งมะห์ซัรกำลังรอคอยเข้าเฝ้าพระผู้เป็นเจ้า คือลักษณะการตออัต นี่เป็นลักษณะของคนที่มีความซื่อสัตย์
22. เป็นการปรับปรุงการกล่าวสัตยาบันต่อพระผู้เป็นเจ้าอยู่เสมอ
23. เป็นการกล่าวซาฮาดะห์ถึงความเป็นบ่าวอยู่เสมอ
24. การละหมาดถือว่าเป็นการขัดเกลาจิตใจให้สะอาดและปลดเปลื้องจากบาป ที่กระทำลงไปในแต่ละวัน เราสามารถที่จะชำระมนทินได้คืนกับวัน 5 เวลา
นี่คือ 24 ประการความสูงส่งของการละหมาดแล้วเรามีความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่และสูงส่งอย่างแท้จริงด้วยกับความรู้สึกที่ล้ำลึก ลึกซึ้ง เข้าไปในจิตวิญญาณ มันจะส่งผลทำให้การละหมาดเกิดผล.