เชิญร่วมงานกุศลทำบุญ100ปี(1ศตวรรษ)วัดคาทอลิกดอนกระเบื้อง
    “ ดอนกระเบื้อง ” เป็นตำบลหนึ่งอยู่ในเขตทั้งอำเภอบ้านโป่ง และโพธาราม จังหวัดราชบุรี สำหรับชื่อดอนกระเบื้อง นั้น มาจากสภาพภูมิประเทศ ซึ่งเป็นที่ราบลุ่มและมีพื้นที่สูง ชาวบ้านมักเรียกว่าเป็นที่ “ ดอน ” แต่ก่อนพื้นที่เป็นป่ารก ชาวบ้านในสมัยนั้นมักจะปลูกยาสูบ ทำไร่ ทำนา ประกอบกับในบริเวณนั้นมีแมลงชนิดหนึ่ง เรียกว่า “ ตัวกระเบื้อง ” อยู่เป็นจำนวนมาก เป็นแมลงปีกแข็ง มีสีดำ คล้าย คล้ายตัวด้วง ขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว ชอบอาศัยตามหลังคา ตามบ้านเรือน หรือในที่อับชื้น แต่ในปัจจุบันนี้หาตัวกระเบื้องได้ยากแล้ว เราก็ได้รู้จักที่มาที่ไปของคำว่า”ดอนกระเบื้อง” กันแล้วว่าไม่ใช่กระเบื้องปูพื้น ปูหลังคา แบบที่หลายๆคนเข้าใจผิดกัน วันนี้จะพาท่านไปรู้จักกับ “วัดคาทอลิกดอนกระเบื้อง” ต.ดอนกระเบื้อง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งจะเป็นคนละที่กับ "วัดดอนกระเบื้อง(วัดพุทธ)" ต.ดอนกระเบื้อง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี หลายคนอาจจะสับสน เพราะวัดทั้งสองตั้งอยู่ในตำบลเดียวกันติดชายแดนระหว่างบ้านโป่ง กับโพธาราม เหมือนกัน วัดคาทอลิกดอนกระเบื้อง กำลังจะมีงานกุศลทำบุญวัด 100 ปี ของวัดคริสต์แห่งแรกของอำเภอบ้านโป่ง

โดย: บ้านนาหุบ [24 ก.ย. 47 14:26] ( IP A:203.150.217.113 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
    เริ่มจากคริสตชนครอบครัวหนึ่งอพยพมาจากกรุงเทพ ในปี พ.ศ.2378 สิบปีต่อมาในปี พ.ศ.2388 บาทหลวงอัลบรังค์ ประจำอยู่ที่วัดกาลหว่าร์ กรุงเทพ ได้เยี่ยมกลุ่มคริสตชนที่คลองสี่หมื่นบางนกแขวกแล้ว มักจะกลับกรุงเทพ โดยใช้เส้นทางตามลำน้ำแม่กลองขึ้นไปทางตอนเหนือผ่าน ดอนกระเบื้อง บ้านโป่ง ลูกแก กาญจนบุรี รวมทั้งนครปฐม และได้เดินทางมาพบและโปรดศีลล้างบาปให้กับครอบครัวนี้ จนในปี พ.ศ.2393 จึงมีการตั้งกลุ่มคริสตชนที่ดอนกระเบื้อง สังกัดอยู่ในความดูแลของพระสงฆ์ที่มาจากบางนกแขวก หลังจากนั้น 6 ปี คือ พ.ศ.2399 กลุ่มคริสตชนดอนกระเบื้องได้ร่วมกันสร้างวัดเล็กๆขึ้นด้วยไม่ไผ่ (วัดหลังแรก) และถวายอยู่ในความอุปถัมป์ของนักบุญมีคาแอล ตั้งแต่นั้นมาคริสตชนที่ดอนกระเบื้องก็ได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นทีละเล็กละน้อยตามลำดับ โดยมีคุณพ่อจิน พระสงฆ์ชาวจีนเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดดอนกระเบื้อง เมื่อจำนวนคริสตชนที่ดอนกระเบื้องนี้ได้เพิ่มขึ้นมาก จึงได้สร้างวัดหลังใหม่ขึ้น ในปี พ.ศ.2407 เนื่องจากเป็นวัดที่สร้างด้วยไม้ 33 ปีต่อมา (พ.ศ.2440) ก็อยู่ในสภาพผุพัง และสถานทีคับแคบเกินไป จึงได้มีการวางโครงการเพื่อสร้างวัดหลังถาวรขั้น(วัดหลังปัจจุบัน) ตามแบบของวัดบางนกแขวก อ.บางคณฑี จ.สมุทรสงคราม ใช้เวลา 7 ปี ในการจัดหาทุน จัดเตรียมอุปกรณ์ และก่อสร้างจนแล้วเสร็จ และมีพิธีเสกวัด “ นักบุญมีคาแอล ดอนกระเบื้อง ” ในวันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2447 สองปีต่อมาได้มีการจัดตั้งโรงเรียนประชาบาล ตั้งชื่อว่า “ โรงเรียนประชาบาลตำบลดอนกระเบื้อง ”(นักบุญมีคาแอล) ทำการสอนทั้งหนังสือวัด หนังสือไทย (โรงเรียนเทพินทร์พิทยาในปัจจุบัน) นอกจากนั้นเจ้าอาวาสได้ร่วมกับบรรดาคริสตชนช่วยกันปลูกต้นมะขามรอบๆบริเวณวัด เพื่อสร้างความร่มรื่นสำหรับบริเวณวัด ทั้งยังสามารถนำผลผลิตมาใช้ทำอาหารได้อีกด้วย ซึ่งต้นมะขามดังกล่าวนี้ยังคงอยู่เป็นคู่บารมีของวัดดอนกระเบื้องจนถึงปัจจุบัน และต้นมะขามนี้ ถือได้ว่าเป็นต้นไม้สัญญลักษณ์ประจำวัดและโรงเรียนอีกด้วย

โดย: บ้านนาหุบ [24 ก.ย. 47 14:33] ( IP A:203.150.217.113 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
    ในโอกาสที่ปีนี้เป็นปีเฉลิมฉลองวัดนักบุญมีคาแอล อายุครบ 100 ปี (1 ศตวรรษ) คณะกรรมการงานบุญบูรณะวัดขอเชิญร่วมงานกุศลทอดผ้าป่า กองละ 500 บาท (เป็นธรรมเนียมที่วัดปฏิบัติมานานหลายสิบปีแล้ว) หรือมากน้อยตามจิตศรัทธา หรือธนาณัติ ไปรษณีย์บ้านโป่ง ในนามคุณพ่อเจ้าอาวาส วัดอัครเทวดามีคาแอล เลขที่ 71 ม.2 ต.ดอนกระเบื้อง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี 70110 หรือโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารนครหลวงไทย สาขาบ้านโป่ง ชื่อบัญชีวัดคาทอลิก ดอนกระเบื้อง เลขที่ 316-2-21118-2 การเดินทางมาวัดใช้เส้นทางถนนเพชรเกษมสายเก่าระหว่างสามแยกกระกับ-หนองโพ ช่วงโค้งวัดหนองอ้อตะวันออก ฝั่งเดียวกับวัดหนองอ้อ

โดย: บ้านนาหุบ [24 ก.ย. 47 14:35] ( IP A:203.150.217.113 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   

โดย: บ้านนาหุบ [24 ก.ย. 47 14:39] ( IP A:203.150.217.113 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
    กำหนดการจัดงานเฉลิมฉลองวัดนักบุญมีคาแอล อายุครบ 100 ปี (1 ศตวรรษ) ประมาณปลายปี 2547 รายละเอียดวันที่แน่นอนจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
โดย: บ้านนาหุบ [17 ต.ค. 47 10:17] ( IP A:203.150.217.114 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
    งานฉลองสมโภช 100 ปี(1 ศตวรรษ)ของวัดนักบุญมีคาแอล (ดอนกระเบื้อง) กำหนดจัดขึ้นใน วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2547

โดย: บ้านนาหุบ [18 ต.ค. 47 19:28] ( IP A:203.150.217.120 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
    วัดนักบุญมีคาแอล(ดอนกระเบื้อง) กำหนดพิธีเสกสุสานประจำปี ทุกวันที่ 2 พฤศจิกายน ของทุกปี เริ่มพิธี 10.00 น.เป็นต้นไป
โดย: คาทอลิก [1 พ.ย. 47 17:14] ( IP A:203.150.217.113 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   บรรยากาศวันเสกสุสาน วัดนักบุญมีคาแอล วันที่ 2 พ.ย.2547

โดย: คาทอลิก [2 พ.ย. 47 21:24] ( IP A:203.150.217.112 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   เปรียบเทียบไปแล้ว วันเสกสุสานของชาวคริสต์โรมันคาทอลิก ก็คล้ายกับวันเชงเม้ง ของชาวพุทธไทยเชื้อสายจีน ก็จะเป็นที่รวมบรรดาญาติมิตร ช่วงก่อนวันงานจริงบรรดาลูกหลานก็จะไปเช็ดถูทำความสะอาดสุสานบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วของตนเอง

โดย: คาทอลิก [2 พ.ย. 47 21:29] ( IP A:203.150.217.117 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   คราวนี้ลองมาดูเรื่องราวโบสถ์ต้นแบบของ วัดบางนกแขวก อ.บางคณฑี จ.สมุทรสงคราม
กลางดึกของคืนกลางเดือนต.ค. ขณะนั่งรอเที่ยวบิน OS 025 ของสายการบิน ออสเตรียน ที่กำลังจะออกจากสนามบินนานาชาติกรุงเวียนนา มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานครในเวลา 23.10 น. ผมรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
ที่เห็นหนุ่มใหญ่วัยกลางคนชาวยุโรป เดินตรงมาเลือกที่นั่งใกล้ๆ กลุ่มผู้โดยสารชาวไทย แล้วหยิบหนังสือมาอ่าน สลับกับการเงยหน้าขึ้นมามองการสนทนาของพวกเรา เมื่อเห็นพวกเราคุยเรื่องสนุกๆ แล้วส่งเสียงฮากันพอประมาณ เขาก็พลอยอมยิ้มไปด้วย โดยอาจรู้หรือไม่รู้ก็ได้ ว่าผมก็กำลังแอบสังเกตเขาอยู่
แต่ที่แน่ๆ ผมคิดว่าเขาฟังภาษาไทยออก โดยมีอะไรบางอย่างเป็นเครื่องตอกย้ำ นั่นคือ ย่ามแบบของชาวปกาเกอะญอสีแดงสด ที่หนุ่มใหญ่คนนั้นสะพายอย่างมั่นใจ ชนิดที่นักนิยมย่ามอย่างผมยังไม่กล้าสะพายเวลาไปท่องยุโรป หรือยามสัญจรออกนอกดินแดนอุษาคเนย์
"สวัสดีครับ จะไปกรุงเทพฯ หรือครับ?" รอจังหวะอยู่นาน มาสบโอกาสตอนยืนรอคิวเดินขึ้นเครื่อง จึงเดินเข้าไปถามด้วยภาษาไทยโดยไม่กลัวหน้าแตก แล้วก็ไม่ผิดหวัง เขาชัดถ้อยทั้งไทยกลางและคำเมืองเหนือ เพราะทำงานองค์กรพัฒนาเอกชนอยู่ที่เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เป็นงานพัฒนาชาวเขา และช่วยเหลือเด็กติดเชื้อเอชไอวีที่มาจากทั่วประเทศ เขาทำให้ผมทราบเป็นครั้งแรกว่ามีชนเผ่ากะฉิ่นอพยพจากพม่ามาตั้งถิ่นในเมืองไทยหลายสิบปีแล้ว และที่สุดผมก็เรียกเขาว่า "คุณพ่อ" อย่างเต็มใจ เมื่อทราบว่าท่านเป็นบาทหลวงคาทอลิกที่มาทำงานมิชชันนารีในประเทศไทย
"...หากมีโอกาส ผมขออนุญาตขึ้นไปรบกวนคุณพ่อเกี่ยวกับข้อมูลชาวกะฉิ่นนะครับ ผมสนใจอยากทำสารคดีเกี่ยวกับชนเผ่านี้..."
กระทั่งออสเตรียน แอร์ไลน์เหินฟ้าสู่เบื้องบูรพาทิศร่วมชั่วโมงแล้ว ผมยังไม่หายงงว่า ทำไมผมจึงรู้เรื่องเมืองไทยน้อยกว่าคนที่อยู่ไกลไทยไปครึ่งโลก? ความรู้สึกที่ได้เห็น " ย่ามแดง " และได้พบ " คุณพ่อ " ที่เวียนนา ช่างเป็นความรู้สึกแปลกแยก เฉกเช่นเดียวกับเมื่อแรกได้ล่องแม่น้ำแม่กลองจากสมุทรสงครามสู่ราชบุรีเมื่อหลายปีก่อน แล้วอยู่ๆ เมื่อเรือเคลื่อนผ่าน ต.บางนกแขวก อ.บางคนที ก็เกิดมียอดแหลมของโบสถ์แบบกอธิกอย่างที่ควรจะเห็นในยุโรป พวยพุ่งขึ้นอย่างงามสง่า ในท่ามกลางดงมะพร้าว เรือนไทยและห้องแถวในตลาดริมน้ำแม่กลอง
" อาสนวิหารแม่พระบังเกิด " หรือชื่อเรียกที่คุ้นชินในหมู่คนไทยผู้ถือคริสต์นิกายคาทอลิกว่า "โบสถ์บางนกแขวก" ช่างสวยงามน่าประทับใจในสายตาชาวพุทธอย่างผม ซึ่งเชื่อมั่นมาตลอดว่าทุกศาสนาล้วนบ่มเพาะให้คนเป็นคนดี ช่างงามสมน้ำสมเนื้อกับคำอธิบายเรื่อง " กอธิก " ของดอกเตอร์ทางประวัติศาสตร์ศิลป์ นาม " เพ็ญสุภา สุขคตะ " หรือที่แวดวงวรรณกรรมรู้จักในฐานะกวีสาว " เพ็ญ ภัคตะ "
"...ลักษณะที่โดดเด่นของศิลปะกอธิก คือ ยกเลิกการใช้ซุ้มโค้งมนแบบเกือกม้าของศิลปะโรมันโดยสิ้นเชิง หันมาเนรมิตความงามใหม่ ด้วยวงโค้งแหลมสูงเพรียวชะลูด ดูเหมือนว่าเส้นทุกเส้นต่างพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ประหนึ่งไฟปรารถนาในใจมนุษย์ ต้องการทะยานขึ้นรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระเป็นเจ้าในสรวงสวรรค์กระนั้น..." (บทความ " เมื่อเปลวไฟปลิวฟ่องสู่ท้องฟ้า เทียนศรัทธาสานทอเป็นกอธิก " ใน " เยี่ยมเรือนเยือนอดีต " พ.ศ.2543)
แต่ช่างน่าพิศวงอยู่ไม่น้อย ที่ตอนศิลปะนี้ถือกำเนิดขึ้นในฝรั่งเศสเมื่อหลายร้อยปีก่อน เคยถูกช่างในอิตาลีประณามหยามเหยียดว่าต่ำช้า ที่บังอาจไปปรับเปลี่ยนรูปแบบอันน่าเกรงขามของศิลปะโรมัน ถึงขั้นสาปแช่งให้คนทำจงฉิบหาย แถมเรียกชื่อศิลปะแบบนี้อย่างขยะแขยงว่า " กอธิก " หมายถึงศิลปะของพวกเผ่า " กอท " อนารยชนคนป่าเถื่อนแห่งยุโรป ทว่า ไม่นานนัก ศิลปะที่ถูกจิกหัวด่ากลับแพร่หลายไปทั่ว กระทั่งกลายเป็นรูปแบบหลักของโบสถ์คริสต์ทั่วยุโรป แม้แต่ในอิตาลี อดีตศูนย์กลางอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์เอง
ยิ่งไปกว่านั้น ยังข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลทุกสารทิศ ไปทุกที่ที่มีมิชชันนารีไปทำงานเพื่อเพื่อนมนุษย์ พร้อมกับการเผยแผ่คำสอนอันประเสริฐของพระผู้เป็นเจ้า ไม่เว้นแม้ที่ลุ่มน้ำแม่กลองเมื่อ 157 ปีก่อน เมื่อเหล่าคนไทยเชื้อสายจีนที่นับถือคาทอลิก ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้รวมพลังศรัทธาสร้างโบสถ์ไม้ทาสีแดงหลังคามุงจากขึ้น เรียกว่า " วัดศาลาแดง " ก่อนจะได้รับทุนสนับสนุนจากคณะมิสซังในปารีส โรม และกรุงเทพฯ มาสร้างโบสถ์หลังปัจจุบันขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2433 หรือในแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5
เฉลิมพระนามตามพระแม่มารีอา พระมารดาบริสุทธิ์ผู้ให้กำเนิดพระเยซูคริสต์เจ้า ว่า " อาสนวิหารแม่พระบังเกิด " เช่นเดียวกับอาสนวิหารอีก 6 แห่ง จาก 10 สังฆมลฑลในประเทศไทย ที่สร้างถวายพระแม่ในพระนามต่างๆ กัน เช่น อาสนวิหารอัสสัมชัญ กรุงเทพฯ อาสนวิหารปฏิสนธินิรมล จันทบุรี อาสนวิหารแม่พระประจักษ์ นครราชสีมา ฯลฯ แต่โดยเฉพาะ " แม่พระบังเกิด " จะมีงานฉลองทุกวันที่ 8 ก.ย. ของทุกปี (จาก https://www.anglefire.com/wi/catholicthai/sancta.hlmt)
"... วันทาพระราชินี พระแม่แห่งความเมตตากรุณา ท่านคือชีวิต ความอ่อนหวานและความหวังของเรา เราขอวันทา ..."
บทสวดสรรเสริญพระแม่มารีอาดังก้องขึ้นในความทรงจำ เมื่อก้าวย่างสู่ภายในอาสนวิหารแม่พระบังเกิด นบมือขึ้นวันทาสัญลักษณ์ไม้กางเขนแห่งพระเยซูคริสต์เจ้าเบื้องหน้า ก่อนสายตาจะถูกตรึงด้วยภาพเขียนกระจกสี (Stained Glass) รูปเหล่านักบุญอันประดับประดาอยู่เหนือประตูและช่องหน้าต่าง ที่ "คราเมื่อแสงอาทิตย์ส่องต้องลอดผ่านบานกระจกมาเป็นลำ จักบังเกิดฉัพพรรณรังสีอันมลังเมลือง ราวกับโลกต้องมนต์สะกด ยังผลให้คริสต์ศาสนิกชนเกิดอารมณ์ปีติปราโมทย์ และยิ่งมีความเลื่อมใสศรัทธาเป็นล้นพ้น..." (ดร.เพ็ญสุภา สุขคตะ)
คงไม่เพียงแต่คริสต์ชน แม้แต่ชาวพุทธอย่างผมก็ยังตะลึงในความงาม น้อมนำให้เกิดศรัทธา...ศรัทธาต่อจิตใจอันสูงส่งของผู้สร้าง และศรัทธาที่จะกระทำแต่ความดีงาม โดยมิไยต้องเปลี่ยนสังกัดทางศาสนา ด้วยวันทาคารวะ แด่แม่พระบังเกิดผู้เมตตา


หมายเหตุ อาสนวิหารแม่พระบังเกิด ชมเฉพาะภายนอก ได้ทุกวัน หากจะชมภายใน ต้องขออนุญาตที่ โทร.0-3476-1347

โดย: นสพ.คมชัดลึก [13 พ.ย. 47 11:27] ( IP A:203.150.217.114 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
    200 ปีการพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว : คาทอลิกเราจะทำอะไรกันดี?
18 ตุลาคมนี้ นับตามมปฎิทินปัจจุบัน จะครบ 200 ปีพระบรมราชสมภพในรัชกาลทที่ 4 คับซึ่งยูเนสโกถวายพระเกียรติเป็นบุคคลสำคัญของโลก ในขณะนี้ ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะเสนอพระปรมาภิไธยไปแล้วก็จบกัน เท่าที่ทราบมมีเพียงคณะสงฆ์ธรรมยุติและสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า จัดกิจกรรม เทิดพระเกียรติอยู่ในขณะนี้
แล้วมันเกี่ยวกะคริสตชนคาทอลิกตรงไหนล่ะ?
เกี่ยวสิคับ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นสหายสนิทของพระคุณเจ้าปัลเลอคัว ตั้งแตต่ทรงผนวชและประทับยังวัดราชาธิวาส ซึ่งมีวัดคอนเซฟชั่นอยู่ตรงข้าม ด้วยทรงสนพระราชหฤทัยในความรู้ต่างๆ และพระคุณเจ้าปัลเลอคัวเองก็สนใจในความรู้เรื่องของไทยเช่นกัน จึงเกิดการสนทนากันจนกลายเป็นมิตรภาพอันยั่งยืนต่อมมา จนสมเด็จพระจอมเกล้า ทรงรับราชสมบัติเป็นรัชกาลที่ 4 ก็ยังได้ป็นผู้ฟื้นฟูสัมพันธ์ไมตรีระหว่างวาติกัน ฝรั่งเศส และสยาม และที่สุดในวาระสุดท้ายของชีวิตของท่านปัลเลอคัว แหวนตำแหน่งพระสังฆราช ก็ได้ถูกนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเป็นที่ระลึกถึงสหายสนิทผู้นี้ นอกจากนี้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อคริสตังอย่างยิ่ง เช่น ทรงยกเว้นข้าราชการคริสตัง ไม่ต้องถือน้ำพระพิพัฒนสัตยา แต่ไปสาบานในวัดแทน ทรงพระราชทานที่ดินของวัดกัลหว่า ในส่วนที่ต่อออกไปยังแม่น้ำ (ที่ตั้งของโรงเรียนกุหลาบฯ) ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาติให้ทำการแพร่ธรรมได้ทั่วราชอาณาจักร ทรงมีพระราชสาสน์ถึงพระสันตะปาปาบุญราศีปีโอที่ 9 ซึ่งพระสันตะปาปาทรงยินดีอย่างมาก แล้วถวายโมเสกภาพวัดในกรุงโรม ซึ่งต่อมาโปรดให้แขวนไว้ให้ข้าราชการและผู้มาเฝ้าได้ชม
แต่มาบอกตอนนี้จะสายไปไหมเนี่ย
ยังคับ เพราะยังมีโอกาสอีกครั้งในวันที่ 28 ตุลาคม(วันออกพรรษา)
เนื่องด้วยเป็นวันตรงตามจันทรคติ (พระราชสมภพและสวรรรคตในวันเตือนเดียวกันทางจันทรคติ) ก็ยังทันที่วัดคาทอลิกเราจะจัดมิสซาอุทิศถวาย ประดับธง หรือจัดนิทรรศการในเรื่องเหล่านี้ให้คริสตชนได้รู้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัดคอนเซฟชั่น วัดกัลหว่า ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรง
ฝากไว้แล้วกันคับ อยากให้เราคริตชนไทย ได้ระลึกถึงพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ ผู้ทรงมีพระคุณต่อคริสตังมาแต่รุ่นปู่ย่าตาทวด

" ท่านที่เคารพ เรารู้สึกเป็นเกียรติทที่ได้รับจดหมายที่ท่านส่งถึงเราเมื่อวานนี้ เพื่อขอบใจในการที่เราไปร่วมพิธีปลงศพพระสังฆราชแห่งมาโลสที่น่านับถือยิ่ง ซึ่งเป็นมิตรที่แสนดี สนิทสนมและจริงใจต่อเราเป็นเวลาถึง28 ปี ข้อความในหนังสือของทท่านทำให้เรายินดีอย่างทที่สุด เช่นเดียวกับของกำนัล ที่ท่านได้ส่งมมาพร้อมกันนี้ อันแหวนเสกอวยพรของพระสังฆราชนั้น เราจำได้ในทันทีว่า เป็นเสมือนสิ่งที่พระสังฆราช มิตรรักทีสุดของเราเคยสวมใส่เมื่อท่านมาหาเรา
และเคยให้เราพิจารณาดู มีผู้บอกเราว่า พระสังฆราชจะใช้แหวนนี้เฉพาะวันงานพิธีเท่านั้นเพื่ออวยพรเหล่าคาทอลิกในพิธีมิสซา เรารู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่พวกท่านได้มอบของที่ระลึกแห่งมิตรอันสนิทของเราที่ล่วงลับไปแล้วมมาให้เช่นนี้ และสิ่งนี้จะนำพรมาสู่เราด้วย
ขอท่านได้โปรดรับความขอบใจอย่างจริงใจจากเราสำหรับของกำนัลนี้
เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นมิตรของท่าน
พระเจ้าแผ่นดินสยาม
พระบรมมหาราชวัง วันที่ 9 กรกฎาคม 1862
"
(พระราชหัตถเลขาถึงมิสซังสยาม หลังการปลงศพพระสังฆราชปัลเลอคัว"


คัดลอกมาจากเว็บไซต์ https://www.issara.com
โดย: www.issara.com [24 พ.ย. 47 12:09] ( IP A:203.150.217.112 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
    สังฆมณฑลราชบุรี และวัดอัครเทวดามีคาแอล ดอนกระเบื้อง มีความยินดี เรียนเชิญท่านร่วมพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ โอกาสสมโภช 100 ปี วัดอัครเทวดามีคาแอล ดอนกระเบื้อง โดย ฯพณฯ พระสมณฑูต ซัลวาดอเร เพ็นนัคคีโอ ฯพณฯ พระสังฆราช ลอเรนซ์ เทียนชัย สมานจิต วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2004 เวลา 10.30 น. ณ วัดอัครเทวดามีคาแอล ต.ดอนกระเบื้อง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
กำหนดการ
10.00 น. ต้อนรับ ฯพณฯ พระสมณฑูต ซัลวาดอเร เพ็นนัคคีโอ
10.20 น. ฯพณฯ พระสมณฑูต พระสังฆราช และพระสงฆ์สวมอาภรณ์ในพิธี
10.30 น. พิธีเปิดอนุสาวรีย์อัครเทวดามีคาแอล พิธีเสกอนุสาวรีย์อัครเทวดามีคาแอล และพิธีเปิดประตูวัดและเสกวัด โดยพระสมณฑูต ซัลวาดอเร เพ็นนัคคีโอ พิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ โดย ฯพณฯ พระสังฆราช ลอเรนซ์ เทียนชัย สมานจิต
12.00 น. รับประทานอาหาร มอบของที่ระลึกให้ผู้บริจาค
โดย: สังฆมณฑลราชบุรี [26 พ.ย. 47 14:16] ( IP A:203.150.217.117 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   วัดนักบุญยอแซฟ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โบสถ์คริสต์แห่งแรกในประเทศไทย

โดย: สหาย [4 ม.ค. 48 20:27] ( IP A:203.150.217.117 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน